"ผู้มีความสุขย่อมรู้จักลืม

เพราะพวกเขาเอาชนะความเขลาของตนเองได้"

                                  นีทเช

 

 

Release date : 9 September 2004

Genre : Drama | Romance

Director : Michel Gondry

Stars: Jim Carrey, Kate Winslet, Gerry Robert Byrne

 

 

โจเอล แบริช หนุ่มโสดผู้ใช้ชีวิตภายใต้เงาของความกลัวในการเริ่มต้นใหม่และการผูกมัด เขาได้มาพบกับสาวสวยสีผมแปลกตาระหว่างที่เขามาเที่ยวกับเพื่อนๆที่ชายหาด และเรื่องราวระหว่างโจเอลกับคลีเมนไทน์ก็เริ่มขึ้น

 

ความรักคือปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง มันสามารถดึงเอาส่วนที่ดีที่สุดของคนๆหนึ่งออกมาได้อย่างหมดจดหมดใจ จารึกทุกความทรงจำราวสลักไว้บนหินแกร่งที่ไม่มีวันกร่อน

 

 

โจเอลมีความสุขมากเมื่ออยู่กับคลีเมนไทน์ เธอเติมเต็มชีวิตที่จืดชืดของเขาด้วยความทรงจำเปี่ยมสีสัน ทว่าวันคืนได้ล่วงเลยพาดอกรักเหี่ยวเฉาให้ร่วงโรย ทั้งสองทะเลาะกัน และในที่สุดที่คลีเมนไทน์ตัดสินใจไปใช้บริการลบความทรงจำ เพื่อลบโจเอลออกไปจากใจ

 

ตอนแรกโจเอลก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนที่รักกันจึงทำท่าทีหมางเมินเหินห่างราวคนแปลกหน้า แต่เมื่อเขารู้ความจริง โจเอลก็ตัดสินใจว่า เขาจะลบคลีเมนไทน์ออกไปจากความทรงจำของเขาบ้าง

 

 

ความรักคือปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง มันสามารถลบส่วนที่เลวร้ายของคนๆหนึ่งทิ้งไปง่ายดายราวกับกวาดฝุ่นออกไปจากพื้น เรามักจะมองเห็นแต่ข้อดีของคนรักราวกับเขาไม่เคยมีข้อเสีย หรือในอีกความหมายคือ เราเลือกที่จะ "ลืม" ข้อเสียของคนรักไปโดยไม่คิดอะไรให้มากความ

 

แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราไม่ได้เพียงกวาดฝุ่นไปไว้ใต้พรมเพื่อให้หลบพ้นไปจากสายตา

 

และเมื่อฝุ่นที่เรากวาดไปไม่มีที่จะซ่อนได้อีก จากที่โจเอลเป็นคนพูดน้อย ดูสุภาพก็กลายเป็นความน่าเบื่อ และจากที่คลีเมนไทน์เป็นคนกล้าก๋ากั่น กลับกลายเป็นความไร้สาระ

 

 

ในขณะที่โจเอลนอนหลับอยู่บนเตียง ให้ช่างเทคนิคลบแผนที่ความจำในสมองของเขา โจเอลก็ยิ่งได้เรียนรู้ว่าชีวิตคู่ระหว่างเขาและคลีเมนไทน์มันช่างล้มเหลวเพียงใด

 

แต่ในความล้มเหลวนั้น เขาก็ได้พบกับแสงสว่างของความอบอุ่นเช่นกัน

 

เขาได้เรียนรู้ว่า ในบรรดาความทรงจำเลวร้ายที่เขาพยายามจะลบออกไป มันก็เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ทั้งสองมีความสุขเกินจะบรรยาย และโจเอลก็พบว่า เขาไม่อยากจะลบอะไรออกไปจากใจเขาอีกแล้ว

 

 

เพราะตัวตนของคนรัก จะคงอยู่เพียงในความทรงจำล้ำค่าเหล่านี้เท่านั้น

 

สิ่งหนึ่งที่เราอาจหลงลืมไป นั่นคือความทรงจำก็คือความทรงจำ เราต่างหากคือคนตีค่าว่ามันเป็นความทรงจำที่ดี หรือความทรงจำที่แย่ เราเป็นคนนั่งมองชื่นชมมันด้วยความอิ่มเอมใจนับครั้งไม่ถ้วน หรือผลักไสไล่ส่งไม่กล้าสบตา เป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ขาดทุนเท่านั้น 

 

แสงแดดก็เป็นเพียงแสงแดด เราต่างหากที่ติดใจในความอบอุ่นของมัน และในชั่วขณะที่หลงระเริงกับแสงนั้น เราก็เลือกที่จะ "ลืม" ความมืดไปโดยไม่จำเป็นต้องคิด

 

 

จนกว่าที่แสงแดดจะทำให้เราตาพร่าพราย เราอาจจะจำได้ขึ้นมาสักนิดว่า แท้จริงแล้ว วัตถุทุกอย่างดูสว่างชัดเจนขึ้นมาได้

 

หาใช่เพราะมีเงาหรืออย่างไร

 

-----------------------------------------------------

 

อยากบอกว่า : เสียดลึก

 

-----------------------------------------------------

 

 ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก

http://www.impawards.com/2004/eternal_sunshine_of_the_spotless_mind_ver2.html

http://www.tcnj.edu/~rasmuss4/eternal%20sunshine.jpg

http://thehurstreview.files.wordpress.com/2009/11/eternal-sunshine-21.jpg

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไม่ได้ดูเลย

มีคนส่งแผ่นมาให้ที่บ้าน

เดี๋ยวดูจบจะมาแจมนะ^^

#6 By โทเทม (124.120.202.202) on 2010-07-26 10:58

ความทรงจำ + ความรู้สึก = เก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

#5 By cheng_tears on 2010-07-12 08:44

จำได้ว่าตอนดูหนังคร้ังแรกตื่นตากับเทคนิคแสนเก๋มากๆ
เขียนดีมากเลยครับ อ่านแล้วอยากจะหยิบมาดูอีกทีเลย ขอบคุณครับopen-mounthed smile

#4 By bong บงๆ on 2010-07-07 11:16

i'm fine without you.
ลึกมากครับ _ _;

ลบความทรงจำ.. ผมอยากทำบ้าง ~


ป่ะ ไปดูกัน ~ open-mounthed smile

#3 By pl ayground ' on 2010-07-06 22:03

เขียนดีจริงๆครับ ชอบๆ

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังตลอดการของผมเลยครับ ไม่ใช่แค่ชอบ แต่รักเลยล่ะ

เคยดูตอนอกหัก นิ่งเงียบไปหลายวันมาก 555

#2 By Seam - C on 2010-07-06 19:34

...
เห๊ะๆๆ ช่วงนี้เป็นช่วงย้อนดูหนังเก่าเหรอ

Eternal sunshine นี่ดูไปรอบเดียวในยูบีซี ไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่ เลยงงๆ แล้วก็จำเรื่องไม่ได้เลย



เฮียโบๆๆๆๆ ไปดู Inception กัน

#1 By ~* SeLene *~ on 2010-07-06 16:37