"ความรักน้ำเน่าแบบในหนัง

มันไม่มีอยู่จริงหรอก"

 

 


Release date : 19 Aug 2553

Genre : Romantic Comedy

Stars : ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, หนึ่งธิดา โสภณ

Director : บรรจง ปิสัญธนะกูล

Running time : 120 min

Proudly presents : จากผู้กำกับชัตเตอร์, แฝด, สี่แพร่งตอนคนกลาง, ห้าแพร่งตอนคนกอง

 

 

หลายคนอาจสงสัย สิ่งใดเป็นแรงผลักดันให้ชายหนุ่มหน้าตาท่าทางกวนส้นตีนดั้นด้นดิ้นรนตัวคนเดียวมาเปลี่ยวเหงาไกลถึงเกาหลี

 

ขณะเดียวกันหลายคนอาจไม่แปลกใจที่พบหญิงสาวทรามวัยเดินทางตามรอยซีรีส์สุดฮิตพระเอกหล่อสุดฮอตมาชิมกิมจิถึงถิ่นกำเนิด

 

 

ทว่าสิ่งสำคัญคือไม่ว่าทั้งสองคนจะเป็นใคร หรือมาด้วยเหตุใด แต่เมื่อทั้งสองคนก้าวลงเหยียบเข้าสู่ดินแดนใหม่ ความคุ้นเคยบนมาตุภูมิไม่ใคร่จะเป็นใจ พวกเขาก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน

 

ทว่าเรื่องวุ่นวายกลับพาคนแปลกหน้าสองคนที่พูดด้วยลิ้นแบบเดียวกันมาให้รู้จักกัน ก่อนที่ "เขา" จะขอเกาะติดตาม "เธอ" ไปอย่างมึนๆ

 

 

"เมื่อไม่มีใครรู้จักเรา ก็ไม่มีอะไรต้องอายที่จะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยง" คือสิ่งที่ "เขา" บอกกับ "เธอ" เพราะในชั่วขณะที่เรายอมรับตนเองเป็นคนแปลกหน้า เราก็ได้เปลื้องตัวตนเราเก็บใส่ลิ้นชักลั่นกลอนไปเรียบร้อยแล้ว

 

เช่นเดียวกับที่พวกเขาได้ทิ้งอดีตของตนไว้ที่บ้านเกิด พร้อมกับเริ่มต้น "ชีวิตใหม่" บนโลกใบใหม่ แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วเวลาสัปดาห์เดียวก็ตามที

 

เคยมีคำกล่าวไว้ว่า "ความรักไม่ได้จารึกไว้ในสมอง มันคงอยู่ในหัวใจ ถึงใจเราจะลืมความรักไป แต่เราจะยังจำได้ทุกความทรงจำ"

 

 

พวกเขาได้ทิ้งความทรงจำแย่ๆเอาไว้เบื้องหลัง และก้าวเข้าไปในโลกใหม่ด้วยกัน เป็นคนแปลกหน้าสองคนที่เต็มใจจะรู้จักกันผ่านความคุ้นเคย ไม่ใช่ความจำ

 

เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วเมื่อความรักก่อตัวขึ้นมา มันก็ผุดหน่อขึ้นจากความคะนึงในใจมิใช่หรือ หาใช่ความจำได้ในสมองไม่

 

แต่สิ่งที่ทำร้ายเราได้เสมอมามิใช่กลิ่นไอของความหวานในใจหรอก แต่เป็นความทรงจำในสมองต่างหาก

 

 

และเมื่อนั้นที่เราจะรู้สึกอยากเป็นคนแปลกหน้า ที่ไม่ต้องมีความทรงจำใดๆเหลือไว้ให้เจ็บปวด

 

แต่ที่สุดแล้ว สิ่งที่ยึดยื้อเราไว้จากความกลวงเปล่า หาใช่ความทรงจำหรอกหรือไร เมื่อชีวิตกลับถูกเติมเต็มด้วยพื้นของอดีต เพื่อจะปีนป่ายเพื่อไขว่คว้าอนาคต แล้วหากไร้ซึ่งความทรงจำใดหลงเหลือ เราจะเรียนรู้ได้จากสิ่งใด

 

เพราะไม่ว่าเราจะเคย "สมหวัง" หรือ "พลัดพราก" ไม่ว่ามันจะสุขหรือทุกข์ แต่เพียงแค่ความทรงจำเดียว มันก็มีค่ามากพอจะผลักดันให้เราเดินไปสู่เส้นทางใหม่ หรือมีค่ามากเพียงพอที่เราจะได้เรียนรู้เพื่อเริ่มต้นใหม่ ในโลกใบใหม่

 

 

แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด

 

แต่เพียงแค่หนึ่งความทรงจำ ก็ล้ำค่าเกินพอ

 

-----------------------------------------------------

 

อยากบอกว่า : กวนตรีนโคตรรร

 

-----------------------------------------------------

 

ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก

http://www.patsonic.com/images/2010/07/hello-strangers-pix1.jpg

http://img.kapook.com/image/movie/1146117946.jpg

http://i776.photobucket.com/albums/yy48/NooMiNaK/IMG_1661.jpg

http://4.bp.blogspot.com/_3OFOD7tyxoU/TEQ5ZTDkiwI/AAAAAAAABW4/2yGMZmvt2yU/s400/kuanmun3.jpg

http://i.ytimg.com/vi/1YIRt-Q3kPk/0.jpg

http://www.downloadmovieseriesdvd.com/wp-content/uploads/2010/06/know.jpg

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ดูแล้วครับ ผิดคาด ทีแรกคิดว่าไม่สนุก big smile

#10 By pond constantine (124.120.109.58) on 2010-09-12 19:37

เพิ่งจะได้ดู ทำไมนึกถึง up in the air เวอร์ชั่นเด็กลง(และฟีลกู๊ด)กว่ามากกกกกกกกกกกsad smile

#9 By bong บงๆ on 2010-09-02 00:15

เรื่องนี้คงต้องดู
อยากดูอ่าเฮ๊ยยยอยากดูสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักด้วย
ฉากนึงพระเอกพูดว่า ถ้าประเทศนี้ไม่มีละคร มันจะมีอะไรดีบ้าง

#6 By Bird on 2010-08-23 23:49

ยังไม่ได้ดูเลยยยย แต่จะไปดูสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าร้ากกกกแทนครับquestion

#5 By bong บงๆ on 2010-08-23 22:02

เราว่าหนังนี้ออกแนวเสียดสีสังคมเรื่องเกาหลี
เราชอบมาก ทำได้ดีทีเดียว ทั้งฮาและซึ้ง :) Hot!

#4 By floatingsky on 2010-08-23 19:55

ยังบ่ได้ดูครับ แต่ก็คงไม่เสียดายอะไรถ้าไม่ได้ดู sad smile

#3 By Seam - C on 2010-08-23 17:58

เห็นเพื่อนหลายคนบอกว่าสนุก~
ไว้จะไปดูมั่งนะคะ
confused smile

#2 By :: :[ [ A t o ] ]: :: on 2010-08-23 17:54

ไม่อยากบอกตรงๆเลยว่า ผมคงไม่ดูเรื่องนี้เพราะ"ชื่อเรื่อง"นี่แหละ

ไม่ใช่ว่าผมแอนตี้เกาหลีหรอกนะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง"เห่อ"อะไรกันขนาดนั้น

หรือผมเป็นผมเกลียดพวกบ้ากระแสก็ไม่รู้แฮะ sad smile

#1 By Rirera on 2010-08-23 16:45